
|
การใช้รังสีในการปรับปรุงพันธุ์พืชของประเทศไทย งานใช้รังสีในการปรับปรุงพันธุ์พืชของประเทศไทย เริ่มในปี พ.ศ. 2498 โดย Dr. G.K. Middleton ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวจากยูชอม ซึ่งมาประจำอยู่ที่กรมการข้าว ได้ส่งเมล็ดข้าวของไทย 2 พันธุ์ คือ พันธุ์นางมล เอส-4 ไปฉายรังสีเอกซ์ และพันธุ์ขาวตาแห้งไปฉายรังสีนิวตรอน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากในขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีแหล่งรังสีสำหรับใช้ในการเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์ ดร. อรรถ นาครทรรพ ได้ดำเนินการจัดสร้างเรือนรุกขรังสี (Gamma Radiation Greenhouse) ซึ่งสำเร็จและใช้งานได้ในปี พ.ศ. 2505 โดยมีโคบอลต์-60 (Co-60) กำลังแรง 20 คูรี เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมมา สำหรับใช้ฉายรังสีแบบโครนิก (chronic irradiation) ให้กับพืชที่กำลังเจริญเติบโต พืชนั้น ๆ จะได้รับรังสีในอัตราต่ำ เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ได้เปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีมาเป็นซีเซียม-137 (Cs-137) กำลังแรง 100 คูรี แต่ปัจจุบันเลิกใช้เรือนรุกขรังสีแล้ว เนื่องจากมีห้องฉายรังสีแกมมา (gamma room) ที่สร้างขึ้นมาทดแทนเรือนรุกขรังสี ตั้งอยู่ที่ศูนย์บริการฉายรังสีแกมมาและวิจัยนิวเคลียร์เทคโนโลยี มีโคบอลต์-60 กำลังแรง 800 คูรี เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมมา
นอกจากอุปกรณ์ฉายรังสีแบบโครนิกแล้ว
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังได้รับงบประมาณให้จัดซื้ออุปกรณ์การฉายรังสีแบบเฉียบพลันหรือรุนแรง
(acute irradiation) ซึ่งเป็นเครื่องฉายรังสีแบบปิด (self-shield irradiator)
มีชื่อทางการค้าว่า Gammator และ Mark I Gamma Irradiator ซึ่งมีซีเซียม-137
เป็นต้นกำเนิดรังสี ใช้ฉายรังสีส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อการปรับปรุงพันธุ์
นอกจากต้นกำเนิดรังสีแกมมาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็มีเครื่องฉายรังสีแกมมาแบบปิด ห้องรังสีแกมมา
(gamma room) และเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู (reactor) ที่สามารถใช้ฉายรังสีให้กับตัวอย่างพืชเพื่อการปรับปรุงพันธุ์ได้เช่นกัน จากการที่มีต้นกำเนิดรังสีแกมมาอยู่ในประเทศไทยนี่เอง
ทำให้นักปรับปรุงพันธุ์พืช เริ่มนำตัวอย่างพืชชนิดต่าง ๆ มาฉายรังสี เพื่อการปรับปรุงพันธุ์พืชโดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพันธุ์
ซึ่งเกษตรกรได้นำไปใช้เป็นพันธุ์ปลูกกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังมีการ ใช้รังสีในการปรับปรุงพันธุ์พืชชนิดอื่น ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย งา ตลอดจนไม้ดอกไม้ประดับ ได้แก่ กล้วยไม้ เบญจมาศ ปทุมมา ดาหลา แพรเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งไม้ผล เช่น มังคุด ลำไย ส้ม |